บริการคลังสินค้าครบวงจร B2B B2C

บริการคลังสินค้า ครบวงจรคืออะไร? ตัวช่วยจัดการสต๊อกสำหรับธุรกิจ B2B และ B2C

ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ที่กระจายสินค้าให้กับตัวแทนจำหน่ายแบบ B2B หรือร้านค้าออนไลน์ที่ส่งสินค้าให้ลูกค้าปลายทางแบบ B2C ต่างเผชิญความท้าทายด้านการบริหารสต๊อกสินค้า การแพ็กสินค้า และการจัดส่งให้ถูกต้องตรงเวลา

บริการคลังสินค้า จึงไม่ได้หมายถึงการมีพื้นที่เก็บสินค้าเท่านั้น แต่ครอบคลุมตั้งแต่การรับสินค้าเข้าคลัง การตรวจสอบและจัดเก็บ การบริหารคำสั่งซื้อ การหยิบ และแพ็กสินค้า ไปจนถึงการกระจายสินค้าให้แก่ร้านค้า ตัวแทนจำหน่าย หรือผู้บริโภคทั่วประเทศ

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าบริการคลังสินค้าคืออะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อธุรกิจอย่างไร แตกต่างจากบริการ Fulfillment อย่างไร และควรพิจารณาเรื่องใดบ้างก่อนเลือกผู้ให้บริการให้เหมาะกับรูปแบบธุรกิจของคุณ

บริการคลังสินค้า คืออะไร และสำคัญต่อธุรกิจอย่างไร

บริการคลังสินค้า หรือ Warehouse Services คือบริการที่ดูแล และบริหารจัดการสินค้าภายในคลัง ตั้งแต่การรับสินค้าเข้าคลัง (Goods Receiving) และการตรวจเช็คและแยกประเภท การจัดเก็บ การควบคุมสต๊อก การเบิกจ่ายสินค้า ไปจนถึงการเตรียมสินค้าเพื่อจัดส่งสินค้าออกไปยังปลายทาง 

ผู้ให้บริการคลังสินค้าที่มีระบบบริหารจัดการครบวงจรจะช่วยให้ธุริกจลดภาระด้านสถานที่ บุคลากร อุปกรณ์ และระบบไอทีที่ต้องลงทุนด้วยตนเอง พร้อมเพิ่มความเป็นระบบให้กับกระบวนการหลังบ้าน

สำหรับธุริกจที่มีสินคั้าหลายประเภท หลาย SKU หรือจำหน่ายสินค้าผ่านหลายช่องทาง มีระบบ WMS (Warehouse Management System) จะช่วยบริหารสินค้าเข้า-ออก และติดตามสต๊อก และลดความผิดพลาดจากการทำงานแบบ Manual พร้อมระบบกล้องวงจรปิดที่ช่วยตรวจสอบการปฏิบัติงานและเพิ่มความปลอดภัยภายในคลังสินค้า

ทำไมธุรกิจยุคใหม่ต้องใช้บริการคลังสินค้าแบบครบวงจร

1. รับมือการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ E-Commerce

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า มูลค่าตลาด B2C E-Commerce ในประเทศไทยยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจต้องจัดส่งสินค้าปริมาณมากขึ้นในเวลาที่จำกัด โดยเฉพาะในช่วยแคมเปญใหญ่ เช่น Double-Day (9.9, 11.11 หรือ 12.12), Mid-Month หรือ PayDay หากไม่มีระบบคลังสินค้าที่พร้อมรองรับ กระบวนการจัดเก็บ หยิบ แพ็ก และจัดส่ง อาจกลายเป็นคอขวดที่กระทบต่อยอดขายและประสบการณ์ของลูกค้าได้

2. ลดต้นทุนและความผิดพลาดที่มองไม่เห็น

การบริหารคลังสินค้าไม่ได้มีเพียงค่าเช่าพื้นที่หรือค่าจ้างพนักงาน แต่ยังมีต้นทุนแฝงจากปัญหาสต๊อกคลาดเคลื่อน สินค้าหาไม่พบ หยิบสินค้าผิดรุ่น แพ็กไม่ครบ หรือจัดส่งล่าช้า

บริการคลังสินค้าที่บริหารกระบวนการผ่านระบบ WMS ตั้งแต่การรับสินค้า จัดเก็บ หยิบ และแพ็ก จะช่วยลดความผิดพลาดจากการทำงานแบบ Manual เพิ่มความรวดเร็วในการปฏิบัติงาน และทำให้สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ง่ายขึ้น

3. ลดต้นทุนและความผิดพลาดที่มองไม่เห็น

การสร้างและบริหารคลังสินค้าด้วยตนเองต้องใช้เงินลงทุนทั้งด้านสถานที่ บุคลากร อุปกรณ์ และเทคโนโลยี อีกทั้งยังต้องเตรียมพื้นที่ให้เพียงพอกับยอดขายในอนาคต

การใช้บริการคลังสินค้าภายนอกช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับพื้นที่และรูปแบบบริการตามปริมาณสินค้า จำนวน SKU และจำนวนคำสั่งซื้อได้ โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนคงที่ทั้งหมดด้วยตนเอง

4. รองรับการจัดส่งตามมาตรฐาน SLA

ลูกค้าปัจจุบันให้ความสำคัญกับความรวดเร็วและความแม่นยำในการจัดส่ง ผู้ให้บริการที่มี SLA ชัดเจน จะช่วยธุรกิจวางแผน Cut-off Time การเตรียมสินค้า และรอบการจัดส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ระยะเวลาจัดส่งจริงอาจแตกต่างกันตามประเภทสินค้า พื้นที่ปลายทาง และเงื่อนไขที่ตกลงกับผู้ให้บริการ การพิจารณา SLA จึงควรดูรายละเอียดทั้งหมด เพื่อให้ส่งได้ตรงตามเวลา ถูกต้องครบถ้วน ตามข้อกำหนด และยังช่วยสร้างความประทับใจและรักษาฐานลูกค้าได้ดีอีกด้วย

5. ช่วยให้ธุรกิจโฟกัสกับการเติบโต

เมื่อการจัดเก็บ แพ็ก และจัดส่งได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ ทีมงานของธุรกิจจะมีเวลามากขึ้นสำหรับการพัฒนาสินค้า การตลาด การบริหารช่องทางการขาย และการดูแลลูกค้า แทนการใช้ทรัพยากรส่วนใหญ่ไปกับงานหลังบ้าน 

จุดเด่นของบริการคลังสินค้าจาก YAS

YAS หรือ บริษัท วายเอ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด เป็นหนึ่งในบริษัทเครือกลุ่มเบญจจินดา (Benchachinda Group) ซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและดิจิทัลของประเทศไทยมากกว่า  60 ปี

YAS นำความเชี่ยวชาญด้านการนำเข้า จัดจำหน่าย และกระจายสินค้าสมาร์ทโฟน อุปกรณ์ไอที และแกดเจ็ต มาต่อยอดสู่บริการคลังสินค้า และ Fulfillment แบบครบวงจร รองรับธุรกิจทั้ง B2B, B2B2C  และ B2C ดังนี้

บริหารสต๊อกด้วยระบบ WMS 

กระบวนการตั้งแต่รับสินค้า จัดเก็บ เบิกจ่าย หยิบ และแพ็ก ถูกบริหารผ่านระบบ WMS เพื่อช่วยลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูลสต๊อก และเพิ่มความสามารถในการติดตามตรวจสอบสินค้า

นอกจากนี้ YAS พร้อมรองรับ พร้อมการออกแบบรูปแบบ รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลให้เหมาะกับระบบและกระบวนการทำงานของลูกค้าแต่ละราย

ระบบรักษาความปลอดภัยและการตรวจสอบ

ภายในคลังสินค้ามีระบบกล้องวงจรปิดเพื่อช่วยติดตามการปฏิบัติงานและดูแลความปลอดภัยของสินค้า เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการความละเอียดในการจัดเก็บ เช่น สมาร์ทโฟน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แกดเจ็ต และสินค้าที่มีมูลค่าสูง 

บริการ B2B Warehousing & Fulfillment

 

บริการสำหรับแบรนด์ ผู้จัดจำหน่าย และธุรกิจที่ต้องการกระจายสินค้าไปยังตัวแทนจำหน่าย ร้านค้า Modern Trade หรือคู่ค้าทั่วประเทศ ครอบคลุมกระบวนการสำคัญ ได้แก่

  • การรับสินค้าเข้าคลัง
  • การตรวจสอบและแยกประเภทสินค้า
  • การจัดเก็บสินค้า
  • การจัดการสินค้าหลาย SKU
  • การหยิบและแพ็กสินค้า
  • การจัดส่งและกระจายสินค้า
  • การตรวจสอบคุณภาพสินค้า
  • Event Stock Management
  • การจัดการสินค้ารับกลับและ Reverse Logistics

การจัดส่งสามารถออกแบบตาม SLA ที่ตกลงร่วมกัน เพื่อให้สอดคล้องกับช่องทางการขาย ประเภทสินค้า และข้อกำหนดของธุรกิจ

บริการ B2C Fulfillment สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ E-Commerce

บริการ B2C Fulfillment ออกแบบมาเพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าปลายทาง โดยเฉพาะธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าผ่าน Marketplace เว็บไซต์ หรือช่องทางออนไลน์หลายแพลตฟอร์ม

YAS ดูแลตั้งแต่การรับสินค้าเข้าคลัง บริหารสต๊อก รับคำสั่งซื้อ หยิบ แพ็ก และส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ให้บริการขนส่ง พร้อมรองรับและตอบสนองความต้องการของ Platform ที่เปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างรวดเร็วได้ทันท่วงที ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์สามารถขยายจำนวนออเดอร์ได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างและบริหารคลังสินค้าด้วยตนเอง 

รองรับสินค้าเทคโนโลยีและสินค้ามูลค่าสูง

ด้วยประสบการณ์ด้านการจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เทคโนโลยี YAS เข้าใจข้อกำหนดของสินค้าที่มีหลายรุ่น หลาย SKU หรือจำเป็นต้องควบคุม Serial Number รวมถึงสินค้าที่ต้องได้รับการจัดเก็บและตรวจสอบอย่างละเอียด 

ทำไมคลังสินค้า YAS ย่านรังสิตจึงเหมาะกับการเป็น Hub กระจายสินค้า

คลังสินค้า YAS ตั้งอยู่ในย่านรังสิต คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ใกล้กรุงเทพฯ และสามารถเชื่อมต่อถนนสายหลัก เช่น ถนนพหลโยธิน ถนนรังสิต–นครนายก และถนนกาญจนาภิเษก จึงเอื้อต่อการรับสินค้าเข้าและกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ

ทำเลดังกล่าวเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการใช้พื้นที่ภาคกลางเป็นจุดบริหารสต๊อกและกระจายสินค้า ทั้งสำหรับช่องทาง B2B, B2B2C และ B2C ช่วยให้เชื่อมต่อการขนส่งระหว่างกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง ภาคเหนือ และภูมิภาคอื่นได้สะดวก

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ คลังสินค้าย่านรังสิตของ YAS ทำไมถึงเหมาะเป็น Hub กระจายสินค้า

บริการคลังสินค้าเหมาะกับธุรกิจประเภทใด

บริการคลังสินค้าและ Fulfillment เหมาะกับธุรกิจหลายประเภท ได้แก่

  • ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและร้านค้าออนไลน์ ที่มีคำสั่งซื้อจำนวนมากจากหลายแพลตฟอร์ม
  • แบรนด์และตัวแทนจำหน่ายสินค้า B2B ที่ต้องกระจายสินค้าให้ดีลเลอร์ทั่วประเทศ
  • ธุรกิจที่มีสินค้าหลากหลาย SKU ที่ต้องการระบบ WMS ช่วยควบคุมสต๊อกให้แม่นยำ
  • ธุรกิจสมาร์ทโฟน อุปกรณ์ไอที แกดเจ็ต ที่จำเป็นต้องการควบคุม Serial Number หรือต้องได้รับการจัดเก็บและตรวจสอบอย่างละเอียด 
  • ธุรกิจที่ต้องการขยายตลาดโดยไม่ลงทุนสร้างคลังเอง และต้องการพาร์ทเนอร์ที่มีประสบการณ์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบริการคลังสินค้า

บริการคลังสินค้าต่างจากการเช่าพื้นที่เก็บของทั่วไปอย่างไร? 

การเช่าพื้นที่ทั่วไปเน้นการให้พื้นที่สำหรับจัดเก็บสินค้า ส่วนบริการคลังสินค้าแบบครบวงจรครอบคลุมการรับสินค้า บริหารสต๊อก หยิบ แพ็ก จัดการคำสั่งซื้อ และจัดส่งสินค้า โดยมีระบบ WMS และทีมงานดูแลกระบวนการตามขอบเขตบริการที่ตกลงกัน

ธุรกิจขนาดเล็กสามารถใช้บริการคลังสินค้า ได้หรือไม่? 

ธุรกิจขนาดเล็กและ SME สามารถใช้บริการได้ แต่ควรสอบถามเงื่อนไขด้านปริมาณสินค้า จำนวนออเดอร์ พื้นที่จัดเก็บ และค่าบริการขั้นต่ำ เพื่อประเมินว่ารูปแบบบริการเหมาะสมกับต้นทุนของธุรกิจหรือไม่ 

บริการคลังสินค้า B2B และ B2C ต่างกันอย่างไร? 

บริการ B2B เน้นการจัดส่งสินค้าปริมาณมากไปยังตัวแทนจำหน่าย ร้านค้า หรือคู่ค้าทางธุรกิจ ขณะที่ B2C เน้นการจัดการคำสั่งซื้อรายชิ้นและจัดส่งตรงถึงผู้บริโภคผ่านบบมาเพื่อรองรับออเดอร์จำนวนมากจากลูกค้าปลายทางโดยตรงผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ E-Commerce

ความแตกต่างนี้ส่งผลต่อรูปแบบการหยิบสินค้า บรรจุภัณฑ์ เอกสารประกอบ แและวิธีการจัดส่ง

เริ่มใช้บริการคลังสินค้าจาก YAS ต้องเตรียมตัวอย่างไร? 

สามารถติดต่อทีม YAS เพื่อแจ้งข้อมูลเบื้องต้น ได้แก่ ประเภทสินค้า จำนวน SKU ปริมาณสินค้าคงคลัง ปริมาณออเดอร์เฉลี่ยต่อเดือน ช่องทางการขาย พื้นที่จัดส่ง และบริการเพิ่มเติมที่ต้องการ เพื่อให้ทีมงานสามารถออกแบบกระบวนการและประเมินค่าใช้จ่ายได้เหมาะสม

สรุป: ยกระดับระบบหลังบ้านด้วยบริการคลังสินค้ากับ YAS

บริการคลังสินค้า คือหนึ่งในรากฐานสำคัญของธุรกิจที่ต้องการจัดเก็บ บริหารสต๊อก และส่งมอบสินค้าได้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีสินค้าหลาย SKU และจำหน่ายผ่านหลายช่องทาง หรือต้องรองรับการเติบโตของคำสั่งซื้อในอนาคต

YAS ผสมผสานความเชื่ยวชาญด้านการจัดหน่ายและกระจายสินค้า ผสานประสบการณ์ของกลุ่มเบญจจินดาที่ดำเนินธุรกิจด้านโทรคมนาคมและดิจิทัลในประเทศไทยกว่า 60 ปี พร้อมระบบ WMS ทำเลคลังสินค้าเชิงยุทธศาสตร์ที่สะดวก และบริการที่รองรับทั้ง B2B, B2B2C และ B2C

หากธุรกิจของคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์สำหรับจัดเก็บ บริหารสต๊อก แพ็ก และกระจายสินค้า ทีม YAS พร้อมช่วยออกแบบโซลูชันให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้า B2B Warehousing & Fulfillment Services หรือ B2C Fulfillment Services หรือติดต่อทีม YAS เพื่อขอคำปรึกษาฟรี