เทคโนโลยีหุ่นยนต์ในธุรกิจ logistics

เมื่อโลกของเราก้าวสู่ยุคอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things) หรือ IoT ที่ใช้เทคโนโลยีร่วมกันหลายด้าน ตั้งแต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบเซนเซอร์ ซอฟท์แวร์ เมื่อรวมกับเครือข่ายที่โยงใยกันทั่วโลกแล้วก็ทำให้เหมือนว่าทุกกระบวนการในชีวิตประจำวันสามารถตั้งค่าได้ด้วยซอฟท์แวร์ ติดตาม จัดการสิ่งที่ต้องทำซ้ำ ๆ กันจำนวนมากได้ในเวลาที่รวดเร็ว ด้วยระยะทางที่สั้นที่สุด ใช้ทรัพยากรน้อยที่สุดและประหยัดต้นทุนมากที่สุด และ IoT ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทใน เทคโนโลยีหุ่นยนต์ในธุรกิจ Logistic (Robotics for Logistics) ที่จะช่วยลดต้นทุนของสินค้าและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า อีกทั้งยังเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการส่งมอบสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคแบบทันใจ
โดยในปัจจุบัน มี เทคโนโลยีหุ่นยนต์ในธุรกิจ Logistic ที่น่าสนใจดังนี้

หรือที่เรียกว่า Warehouse Robot ซึ่งบริษัทผู้ค้าสินค้าระดับโลกอย่าง Amazon และ Alibaba เป็นผู้นำในการใช้เทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วยจัดการคำสั่งซื้อที่มีปริมาณมหาศาล และเป็นคำสั่งซื้อจากผู้ซื้อทั่วโลก โดยหลักใหญ่ในการทำงานของหุ่นยนต์ในคลังสินค้าคือ ลดงานของแรงคนในการต้องไปเดินหาสินค้าแล้วหยิบมาเตรียมจัดส่ง มีการตรวจวัดว่า แรงงานคนใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการจัดการหนึ่งคำสั่งซื้อ แต่หุ่นยนต์ Kiva ที่ Amazon ใช้ จะใช้เวลา 15 นาทีต่อหนึ่งคำสั่งซื้อเท่านั้น การใช้หุ่นยนต์ในการลำเลียงชั้นวางสินค้าผ่านระบบซอฟท์แวร์ AI อัจฉริยะที่จะจัดการระยะเวลาและเส้นทางที่เหมาะสมในการเคลื่อนที่ผ่านระบบกริดอัจฉริยะที่พื้น จึงทำให้ลดเวลาจัดการคำสั่งซื้อได้มาก และลดความผิดพลาดต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดจากมนุษย์ได้

ปัจจุบันเริ่มมีการพัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานได้มากกว่าการหยิบหรือลำเลียงชั้นวาง เพื่อให้มีความยืดหยุ่นกับงานของคลังสินค้ามากขึ้น เช่น การนำสินค้าขึ้นลงรถบรรทุก นำสินค้าที่ทำสำเร็จแล้วจากไลน์ผลิตไปยังที่เก็บสินค้า จัดวางสินค้าบนพาเลต การติดฉลากบาร์โค้ด รวมไปถึงการบรรจุหีบห่อ ซึ่งมีการพัฒนาทั้งในระบบกึ่งอัตโนมัติและในอนาคตมีการตั้งเป้าหมายว่าจะพัฒนาเป็นระบบอัตโนมัติโดยสมบูรณ์

หรือที่เรียกว่า Warehouse Robot ซึ่งบริษัทผู้ค้าสินค้าระดับโลกอย่าง Amazon และ Alibaba เป็นผู้นำในการใช้เทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วยจัดการคำสั่งซื้อที่มีปริมาณมหาศาล และเป็นคำสั่งซื้อจากผู้ซื้อทั่วโลก โดยหลักใหญ่ในการทำงานของหุ่นยนต์ในคลังสินค้าคือ ลดงานของแรงคนในการต้องไปเดินหาสินค้าแล้วหยิบมาเตรียมจัดส่ง มีการตรวจวัดว่า แรงงานคนใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการจัดการหนึ่งคำสั่งซื้อ แต่หุ่นยนต์ Kiva ที่ Amazon ใช้ จะใช้เวลา 15 นาทีต่อหนึ่งคำสั่งซื้อเท่านั้น การใช้หุ่นยนต์ในการลำเลียงชั้นวางสินค้าผ่านระบบซอฟท์แวร์ AI อัจฉริยะที่จะจัดการระยะเวลาและเส้นทางที่เหมาะสมในการเคลื่อนที่ผ่านระบบกริดอัจฉริยะที่พื้น จึงทำให้ลดเวลาจัดการคำสั่งซื้อได้มาก และลดความผิดพลาดต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดจากมนุษย์ได้

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีหุ่นยนต์ในธุรกิจ Logistic ยังถือว่ามีราคาแพงในการลงทุน เพราะต้องซื้อทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ ยังไม่เหมาะกับธุรกิจที่มีคลังสินค้าขนาดเล็ก รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง แต่ในอนาคตจะมีแนวโน้มราคาถูกลง ปัจจุบัน เพื่อตอบสนองความต้องการผู้ประกอบการขนาดย่อม จึงมีผู้ให้บริการ Logistics Fulfillment ที่มีคลังสินค้ากลางขนาดใหญ่และใช้ระบบหุ่นยนต์ช่วยในการดูแล จัดเก็บ หยิบและลำเลียงสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยข้อดีหลายด้านในการใช้หุ่นยนต์ในธุรกิจโลจิสติกส์นี้ หลายธุรกิจจึงต้องให้ความสนใจอย่างจริงจัง เพื่อตามให้ทันเทคโนโลยี และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้เกิดความพึงพอใจมากที่สุด

Share on facebook
Share